ครบเครื่องเรื่องนวดไทย ! จุดเริ่มต้นมาจากไหน ?
- oa didsaya
- 4 พ.ย. 2567
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 29 พ.ย. 2567
รู้หรือไม่ !? ศาสตร์การนวดแผนไทย โด่งดังจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้วยนะ ! วันนี้ ก็เลยอยากจะพาทุกคนมาล้วงลึกกันว่า นวดไทยคืออะไร ? แล้วมีจุดเด่นตรงไหนถึงทำให้โด่งดังไปทั่วโลกขนาดนี้ แถมมาคลายทุกข้อสงสัยที่ควรรู้เกี่ยวกับการนวดไทย เตรียมพร้อมไปนวดบอกลาอาการ “ลุกก็โอย..นั่งก็โอย” กันค่ะ
นวดไทย

ทำความรู้จัก “นวดไทย” มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ !?
“นวดแผนไทย” สันนิษฐานกันว่าเริ่มต้นที่ประเทศอินเดียในสมัยพุทธกาล โดยหมอชีวกโกมารภัจจ์หมอประจำตัวของพระพุทธเจ้าได้นำศาสตร์การนวดคลึงหรือที่เรียกกันว่าการนวดแผนโบราณมาใช้ในการรักษา และคาดว่าศาสตร์นี้ได้ถูกนำเข้ามายังประเทศไทยพร้อมกับการเผยแพร่พุทธศาสนา
หลักฐานแรกที่พบว่ามีการพูดถึงการนวดในประเทศไทยก็คือในจารึกของพ่อขุนรามคำแหงที่ป่ามะม่วงนั่นเองค่ะ จากนั้นในสมัยอยุธยา การนวดแผนไทยก็รุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น มีการจัดตั้งกรมหมอนวดในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และยังปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ในรัชสมัยของพระนเรศวรมหาราชอีกด้วยค่ะ โดยมีข้อความว่า
ในกรุงสยามนั้น ถ้าใครป่วยไข้ลง ก็จะเริ่มทำเส้นสายยืด โดยให้ผู้ชำนาญทางนี้ขึ้นไปบนร่างกายของคนไข้ แล้วใช้เท้าเหยียบ กล่าวกันว่าหญิงมีครรภ์มักใช้ให้เด็กเหยียบเพื่อให้คลอดบุตรง่ายไม่พักเจ็บปวดมาก
หลังจากเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาให้พม่าถึงสองครั้ง ทำให้ตำรานวดถูกทำลายและเสียหายไปเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 1จึงโปรดให้มีการรวบรวมตำรานวดขึ้นอีกครั้ง และมีการปั้นรูปปั้นฤาษีดัดตนอีกด้วย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดให้มีการนำมาจารึกลงบนศิลาและประดับไว้ให้ประชาชนได้อ่าน ได้ศึกษาที่วัดพระเชตุพนฯ
เริ่มแรกนั้นการนวดมักจะเกิดขึ้นในหมู่คนใกล้ชิดอย่างเช่นคนในครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อบำบัดรักษาโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการไหลเวียนโลหิตได้เป็นอย่างดี ต่อมา การนวดแผนไทยได้รับการจดบันทึก ทำให้เกิดการส่งต่อและเผยแพร่อย่างเป็นแบบแผน กลายเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2019 องค์การยูเนสโกได้ประกาศอย่างเป็นทางการให้ “การนวดไทย” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ
จุดเด่นของ “การนวดไทย”
จุดเด่นของการนวดไทยนั้นคือการบีบนวดไปที่กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ โดยมักจะเป็นการนวดโดยไม่ใช้น้ำมัน หรือเรียกอีกอย่างว่าการนวดแห้ง จุดประสงค์ของการนวดจะเน้นไปที่การบำบัดอาการ โดยสามารถบรรเทาอาการปวดแขนขา คอบ่าไหล่ หรือกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ที่มีอาการตึง ปวด อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เป็นอย่างดี เพราะการนวดไทยนั้น จะไปช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ให้เลือดลมไหลเวียนสะดวก
หลังนวดไทยเสร็จแล้ว บางครั้งหมอนวดอาจจะใช้ลูกประคบสมุนไพรไทยประคบหลังจากนวดไทย ซึ่งลูกประคบนี้มีประโยชน์อย่างมาก เพราะจะช่วยบรรเทาผลข้างเคียงที่เกิดจากการนวดแผนไทย เช่น อาการกล้ามเนื้อระบม เรียกได้ว่าเป็นภูมิปัญญาด้านการแพทย์ที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยจากการนั่งทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งการทานยา หรือจะใช้เพื่อการบำบัดอาการทางกล้ามเนื้อร่วมกับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันก็เป็นได้นะคะ โดยเมื่อนวดแผนไทยแล้ว ร่างกายจะรู้สึกเบาสบายขึ้น ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นอีกด้วยค่ะ
นวดประคบ
5 ประโยชน์ “นวดไทย” ไปไกลระดับโลก
บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อตึงจากการทำกิจกรรเดิมซ้ำ ๆ เช่น นั่งนาน นอนผิดท่า ปวดล้าจากการทำงานหนัก เป็นต้น
ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ร่างกาย ลดอาการเกร็งตึง ส่งผลให้ร่างกายเคลื่นไหวได้ดีขึ้น
กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตทำให้เลือดลมเดินสะดวก
ลดความเครียด ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ บรรเทาอาการนอนไม่หลับ
บรรเทาอาการปวดศีรษะที่เกิดจากความเครียดสะสมและความล้าจากการทำงานหนัก
9 ข้อควรระวังก่อนจองนวดไทย
ก่อนจะไปนวดหากมีอาการไข้สูง มีอาการติดเชื้อภายในร่างกายควรงดเว้นการนวดโดยเด็ดขาด
หากมีแผลผ่าตัด หรือแผลจากอุบัติเหตุที่ยังไม่หายสนิทไม่ควรไปนวด เพราะอาจจะทำให้แผลเปิดได้
หากมีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคความดันโลหิต โรคเบาหวาน ฯลฯ ไม่ควรนวด เพราะอาจจะทำให้อาการกำเริบและจะเป็นอันตรายต่อชีวิต
ผู้ป่วยโรคมะเร็งควรงดเว้นการนวด เพราะอาจจะเป็นการกระตุ้นทำให้มะเร็งลุกลามไปยังส่วนอื่น ๆ เช่น ต่อมน้ำเหลือง ได้ง่ายขึ้น
ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังต้องหลีกเลี่ยงการนวด เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เกิดกระดูกเปราะจนแตกหัก หรือหมอนรองกระดูกอาจจะเคลื่อนจนเกิดอันตรายตามมา
ผู้ป่วยโรคเลือดไม่แข็งตัว หากไปนวดอาจทำให้เกิดอาการเลือดออกใต้ผิวหนัง ตามอวัยวะต่าง ๆ เป็นสาเหตุให้เกิดอาการช็อกเนื่องจากเสียเลือดได้
สตรีมีครรภ์ไม่ควรนวดไทย เพราะการบีบกดตามจุดต่าง ๆ อาจทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ สำหรับอาการปวดหลัง อาจจะต้องใช้บริการนวดสำหรับคนท้องโดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องเป็นหมอนวดที่ได้รับการอบรมสำหรับการนวดคนท้อง และมีความชำนาญเท่านั้นจึงจะสามารถนวดได้
หากกำลังอยู่ในช่วงมีประจำเดือน ควรงดเว้นการนวดไทยเพราะเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียดเลือด อาจทำให้ประจำเดือนมามากผิดปรกติ
หากเพิ่งจะรับประทานอาหาร ควรเว้นอย่างน้อย 30 นาทีก่อนไปนวด
นวดไทย นวดน้ำมันหรือนวดอโรมา ต่างกันอย่างไร.. ไปร้านนวดคราวหน้าเลือกอันไหนดี ?
ใครที่กำลังสงสัยว่าการนวด 3 แบบนี้ต่างกันอย่างไรนะคะ วันนี้เรามีคำตอบมาเฉลยกันค่ะ
การนวดไทยจะเป็นการนวดโดยใช้มือ กด บีบ คลึง ดัด ดึง ไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยจะไม่มีการใช้น้ำมันไม่ว่าจะเป็นน้ำมันจากสมุนไพรไทย น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันหอมระเหย โดยการนวดแห้ง ๆ แบบนี้จะเน้นเพื่อแก้อาการปวดเมื่อย เกร็ง ตึงของกล้ามเนื้อ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเน้นรักษาอาการมากกว่าค่ะ
นวดน้ำมัน
ส่วนการนวดน้ำมันหรือนวดอโรมาจะแตกต่างกันที่ชนิดของน้ำมันที่ใช้ การนวดน้ำมันแบบปรกติมักจะเลือกใช้น้ำมันมะพร้าว น้ำมันไพล หรือน้ำมันสมุนไพรไทยต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ต้องแล้วแต่ทางร้านเลยค่ะ แต่การนวดอโรมานั้นจะเน้นไปที่การใช้น้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นหอม เช่น กลิ่นกุหลาบ กลิ่นมะลิ กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นกล้วยไม้ เป็นต้น การนวดโดยใช้น้ำมันเหล่านี้จะแตกต่างกับการนวดไทยเล็กน้อย เพราะจะเน้นไปที่การรีดเส้น โดยมีน้ำมันเป็นตัวเชื่อม จึงทำให้ลดอาการเจ็บระหว่างการนวดไปได้ประมาณนึงเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น หากเลือกนวดอโรมา กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
สำหรับคนที่มีอาการปวดตึงของกล้ามเนื้อแล้วอยากจะรักษา แนะนำว่านวดไทยอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวค่ะ แต่สำหรับใครที่อยากจะนวดเพื่อผ่อนคลาย บรรเทาอาการเครียด หรือความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก นวดอโรมาจะเหมาะกว่าค่ะนอกจากนี้คุณสาว ๆ ที่อยากดูแลเรื่องผิวพรรณ สรรพคุณจากน้ำมันหอมระเหยจะช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่น เนียนละเอียดขึ้นอีกด้วยนะคะ
คลายข้อสงสัย !? นวดไทยเจ็บจริงหรือ ..?
อีกหนึ่งข้อสงสัยของมือใหม่หัดนวดเลยก็ว่าได้ค่ะ แนะนำว่าก่อนจะตัดสินใจไปนวดทุกครั้ง ควรเช็กร่างกายตัวเองกันก่อน หากมีโรคประจำตัว มีแผลผ่าตัด มีอาการอักเสบของเอ็น กล้ามเนื้อ หรือมีอาการชาตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ควรงดเว้นการนวดจนกว่าจะหายดีหรือควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการเสียก่อน เนื่องจากหากไปนวด แม้จะเป็นเพียงแค่การนวดผ่อนคลายก็อาจจะทำให้เจ็บเพิ่มขึ้นหรือเป็นอันตรายร้ายแรงกับร่างกาย
หากเช็กแล้วไม่มีอาการข้างต้น ก็ไปนวดกันเลยย .. ! จริง ๆ แล้วการนวดแต่ละครั้ง สามารถเลือกระดับความแรงในการลงน้ำหนักมือกับหมอนวดได้ ซึ่งควรมีการพูดคุยกับหมอนวดก่อนการนวด และในระหว่างที่นวด เพื่อบอกความต้องการของตัวเอง โดยเมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกเจ็บควรบอกหมอนวดทันที ไม่ควรจะทนต่อการเจ็บนั้น เพราะอาจจะทำให้ระบมมากขึ้นค่ะ
หลายคนอาจจะรู้สึกเจ็บบริเวณต่าง ๆ ระหว่างการนวด อาจเป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อในบริเวณนั้นตึงมาก ซึ่งโดยส่วนมากหมอนวดจะบรรเทาอาการเจ็บระหว่างการนวดโดยการใช้น้ำมัน หรือยาหม่อง ถือเป็นตัวช่วยคู่ใจหมอนวดเลยทีเดียวค่ะ ยาหม่องมีสรรพคุณช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคลายกล้ามเนื้อหรือบรรเทาอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี รับรองว่าไม่เจ็บจนต้องร้องโอ๊ย ! แถมเดินตัวเบาหายเมื่อยเป็นปลิดทิ้งกลับบ้านได้อย่างแน่นอน
แหล่งที่มา : https://shorturl.asia/6Z5jl











ความคิดเห็น